ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์
เครือเจริญโภคภัณฑ์จำแนกผลิตภัณฑ์และบริการที่ยั่งยืนโดยวัดผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิต นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมจากบุคคลที่สามและฉลากที่ประกาศรับรองตนเองซึ่งสามารถตรวจสอบได้แล้ว ระบบดังกล่าวยังครอบคลุมกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ที่เข้าเกณฑ์และสอดคล้องกับ EU Taxonomy การประเมินมุ่งเน้นการลดการปล่อยคาร์บอน การอนุรักษ์พลังงาน การขับเคลื่อนเกษตรกรรมและการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน การเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน การยกระดับการป้องกันและควบคุมมลพิษ ตลอดจนการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ การบูรณาการมาตรฐานสากลเหล่านี้ช่วยให้ระบบการจำแนกมีความโปร่งใสและส่งเสริมการบริโภคอย่างรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากสิ่งแวดล้อม
เครือเจริญโภคภัณฑ์ตระหนักถึงความสำคัญของการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืนในฐานะรากฐานของการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาวและการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม เครือฯ ส่งเสริมการพัฒนาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศตลอดวัฏจักรชีวิต ครอบคลุมการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต บรรจุภัณฑ์ การจัดจำหน่าย และการใช้งานของผู้บริโภค การขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากสิ่งแวดล้อมช่วยให้เครือฯ ไม่เพียงเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคด้านความปลอดภัยและความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ทรัพยากรจนหมดสิ้น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเกิดของเสีย แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเครือฯ ในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก ปกป้องระบบนิเวศ และส่งเสริมอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
ตัวอย่างฉลากสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการรับรองโดยบุคคลที่สามสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการของเครือฯ
การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์
เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างครอบคลุมโดยใช้การประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เครือฯ สามารถประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายทาง การดำเนินการประเมิน LCA อย่างเข้มข้นทำให้เครือฯ ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าเกี่ยวกับทรัพยากรที่ใช้ การปล่อยมลพิษ และของเสียที่เกิดขึ้นตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ความรู้ดังกล่าวช่วยให้เครือฯ สามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน้อยที่สุด
นอกจากนี้ เครือฯ ยังประเมินผลิตภัณฑ์ เช่น ข้าวและไข่ ด้วยวิธี MECO ซึ่งเป็นการประเมิน LCA แบบย่อ เพื่อคัดกรองผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมใน 4 หมวด ได้แก่ วัสดุ พลังงาน สารเคมี และอื่น ๆ โดยการประเมินครอบคลุม 5 ขั้นตอนของวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ ได้แก่ การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน และการสิ้นสุดวัฏจักรชีวิต
การบัญชีการไหลของวัสดุเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภายนอก ซึ่งเครือฯ ใช้ในการติดตามและวิเคราะห์การไหลของวัสดุของผลิตภัณฑ์ เช่น ข้าวโพดและกุ้ง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญในธุรกิจเกษตรครบวงจรและธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แนวทางดังกล่าวช่วยให้เห็นภาพรวมของประสิทธิภาพการใช้วัสดุและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม
ในปี 2568 ผลิตภัณฑ์รวมร้อยละ 87.7 ครอบคลุมภายใต้แนวทางการประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) ประกอบด้วย การประเมิน LCA แบบเต็มรูปแบบร้อยละ 79.3 การประเมิน LCA แบบย่อโดยใช้วิธี MECO ร้อยละ 4.6 และการประเมินด้วยเครื่องมืออื่นที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะการบัญชีการไหลของวัสดุ ร้อยละ 3.8*
*สัดส่วนดังกล่าวคำนวณจากข้อมูลที่ได้รับจากกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์
ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP)
ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFR)
ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO)
โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)
ผลิตภัณฑ์คาร์บอนนิวทรัล
ผลิตภัณฑ์ Net Zero
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ในปี 2568









ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดการประเมินวัฏจักรชีวิตของข้าวหอมมะลิ

บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตข้าวหอมมะลิ 1 กิโลกรัม
| ประเภทผลกระทบ | หน่วย | Impact | |||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| การเตรียมพื้นที่ | การปลูก | การดูแล | ก๊าซเรือนกระจกจากนาข้าว | การเก็บเกี่ยว | รวม | ||
| ภาวะโลกร้อน | kg CO2 eq | 0.38 | 0.17 | 0.071 | 1.49* | 0.024 | 2.14 |
| การทำลายชั้นโอโซน | kg CFC-11 eq | 1.9E-07 | 8.6E-08 | 3.7E-08 | - | 8.4E-09 | 3.21E-07 |
| การเกิดกรดในระบบนิเวศบนบก | kg SO2 eq | 0.0017 | 0.00053 | 0.00090 | - | 3.0E-05 | 0.0032 |
| ยูโทรฟิเคชันในแหล่งน้ำจืด | kg P eq | 0.0016 | 1.4E-05 | 0.0016 | - | 3.0E-08 | 0.0032 |
| ความเป็นพิษที่ก่อมะเร็งต่อมนุษย์ | kg 1,4-DB eq | 0.53 | 0.12 | 0.16 | - | 0.0072 | 0.82 |
| ความเป็นพิษที่ไม่ก่อมะเร็งต่อมนุษย์ | kg 1,4-DB eq | 0.00025 | 0.00013 | 6.6E-05 | - | 5.6E-06 | 0.00045 |
| ความเป็นพิษต่อระบบนิเวศบนบก | kg 1,4-DB eq | 0.00070 | 0.0003 | 0.00024 | - | 9.4E-06 | 0.0012 |
| ความเป็นพิษต่อระบบนิเวศน้ำจืด | kg 1,4-DB eq | 0.017 | 0.0051 | 0.0062 | - | 0.00028 | 0.029 |
| การใช้ที่ดิน | m2a crop eq | 0.0034 | 0.0057 | 0.0016 | - | 1.5E-05 | 0.011 |
| การใช้น้ำ | m3 | 0.0012 | 0.0013 | 0.0038 | - | 7.7E-06 | 0.0029 |
ความรับผิดชอบเมื่อสิ้นสุดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์
เครือเจริญโภคภัณฑ์ตระหนักว่าความรับผิดชอบเมื่อสิ้นสุดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์เป็นองค์ประกอบสำคัญของความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อม เครือฯ มุ่งบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ตลอดอายุการใช้งาน เนื่องจากการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์อย่างมีจริยธรรมต้องครอบคลุมมากกว่าจุดจำหน่าย
เครือฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรีไซเคิล การใช้ซ้ำ และวิธีการกำจัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การออกแบบจนถึงการกำจัด โดยส่งเสริมหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจังและสนับสนุนให้ลูกค้าปฏิบัติอย่างมีความรับผิดชอบเมื่อผลิตภัณฑ์สิ้นสุดวัฏจักรชีวิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
บริษัท ซีพีพีซี จำกัด ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้ผลิตชั้นนำด้านบรรจุภัณฑ์กระดาษและพลาสติก ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผลิตจากวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลได้ร้อยละ 100

- กระสอบพลาสติก
- บรรจุภัณฑ์อาหาร
- ผลิตภัณฑ์พีวีซี
- แกนกระดาษ
บริษัทดำเนินโครงการรับคืนผลิตภัณฑ์จากลูกค้าหลายโครงการ และนำเศษวัสดุพลาสติกที่เหลือจากกระบวนการผลิตมารีไซเคิล โดยผ่านกระบวนการคัดแยกและหลอม ก่อนนำกลับมาใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น
ในปี 2568 บริษัทนำผลิตภัณฑ์และวัสดุร้อยละ 14.38 กลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลเพื่อทดแทนพลาสติกใหม่ รวมถึงส่งให้ผู้รับเหมาช่วงแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่งผลให้ประหยัดต้นทุนได้มากกว่า 160 ล้านบาท
ปริมาณรวมของผลิตภัณฑ์และวัสดุที่รับคืนและนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล
(ร้อยละ)


การบริหารจัดการสารเคมีและสารอันตราย
เครือเจริญโภคภัณฑ์ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการสารเคมีและสารอันตราย รวมถึงสารเคมีที่ใช้ในผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนการดำเนินงานของเครือฯ อย่างเหมาะสม โดยปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องและนโยบายการบริหารจัดการสารเคมีและสารอันตรายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อลดและยกเลิกการใช้สารเคมีและสารอันตรายในผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงลดผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ผ่านการประยุกต์ใช้ลำดับชั้นของมาตรการควบคุมตลอดการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่าของเครือฯ
มาตรการควบคุมอันตราย
นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งมั่นยกเลิกการใช้สารไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (Hydrochlorofluorocarbons: HCFCs) ในการดำเนินธุรกิจทั้งหมดภายในปี 2583 ให้สอดคล้องกับกรอบเวลาการยกเลิกการใช้สารดังกล่าวสำหรับประเทศกำลังพัฒนาภายใต้พิธีสารมอนทรีออล ทั้งนี้ HCFCs จัดเป็นวัตถุอันตรายตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายของประเทศไทย (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2565
เพื่อบรรลุพันธสัญญาดังกล่าว เครือเจริญโภคภัณฑ์ส่งเสริมความร่วมมือเชิงรุกกับสมาคมอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน และพันธมิตรภายนอกอื่น ๆ เพื่อระบุ ประเมิน และนำสารทางเลือกและวัสดุทดแทนที่ปลอดภัยกว่ามาใช้ นอกจากนี้ เครือฯ มุ่งจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะ เพื่อเร่งการวิจัย การพัฒนา และนวัตกรรมที่มุ่งทดแทนหรือยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายตลอดการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่าของเครือฯ
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้กองทุนนวัตกรรมการทำความเย็น (Cooling Innovation Fund: CIF) และโครงการ Green Cooling Initiative (GCI)


ภายใต้ความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้เสียหลายภาคส่วนดังกล่าว ซีพี ออลล์ ลงทุนเชิงรุกในการวิจัย การพัฒนา และการนำนวัตกรรมระบบทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศมาใช้ โดยเปลี่ยนจากสารทำความเย็นอันตรายที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสูง (High Global Warming Potential: High-GWP) เช่น HCFCs และ HFCs ไปสู่เทคโนโลยีการทำความเย็นด้วยสารธรรมชาติในเครือข่ายร้าน 7-Eleven สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างเป็นรูปธรรมของซีพี ออลล์ ในการยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายที่เป็นสารทำความเย็น ขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาโซลูชันการทำความเย็นสีเขียว และส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคธุรกิจค้าปลีกของประเทศไทย
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.cpall.co.th/th/news-en/egat-cooling-innovation-fund-cif/
การประเมินความเสี่ยงของสารเคมีและสารอันตรายในผลิตภัณฑ์และบริการ
ในฐานะเครือธุรกิจชั้นนำระดับโลกในภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย มีคุณภาพสูง และมีคุณค่าทางโภชนาการ โดยสอดคล้องกับหลักการความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ เครือฯ ติดตามและประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีอันตรายหรือสารเคมีที่เป็นอันตรายอย่างเข้มงวด ครอบคลุมร้อยละ 100 ของพอร์ตโฟลิโอรายได้รวม
ธุรกิจหลักด้านอาหารและค้าปลีกของเครือฯ โดยลักษณะของธุรกิจไม่มีสารอันตราย และได้รับการบริหารจัดการภายใต้ระบบความปลอดภัยอาหารตามมาตรฐานสากล (GAP/HACCP/ISO 22000) สำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีทางการเกษตรและปุ๋ย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 1.01 ของรายได้รวม เครือฯ นำกรอบการดำเนินงาน 4 ขั้นตอนของ ICCA มาใช้เพื่อระบุองค์ประกอบทางเคมีที่มีความเสี่ยงสูง และลดความเสี่ยงด้วยมาตรการกักเก็บ การควบคุม และการจัดเก็บอย่างปลอดภัยที่เข้มแข็ง เพื่อขจัดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รายละเอียดฉบับเต็มปรากฏในเอกสา