เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบ

เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินธุรกิจผ่านห่วงโซ่คุณค่าที่เชื่อมโยงกับคู่ค้า เกษตรกร และผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มอื่น ๆ ในหลายประเทศ ดังนั้น ความสามารถของคู่ค้าในการบริหารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จึงมีผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า การเคารพสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย

ด้วยเหตุนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงบูรณาการหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืนเข้ากับกระบวนการจัดซื้อและการบริหารคู่ค้า ตั้งแต่การคัดเลือก การประเมินความเสี่ยง การตรวจประเมิน การติดตามการแก้ไข ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพคู่ค้า โดยมี นโยบายและแนวปฏิบัติด้านการจัดหาอย่างยั่งยืน และ จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า เป็นกรอบสำคัญในการกำหนดความคาดหวังและมาตรฐานขั้นต่ำในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน

เป้าหมายและความคืบหน้า
ร้อยละ

การตรวจประเมินด้านความยั่งยืนกับคู่ค้าที่มีความสำคัญ

ปี เป้าหมาย
2568 95.37%
2567 91.31%
2566 69.81%
2565 73.76%
เป้าหมายและความคืบหน้า
ร้อยละ

ของวัตถุดิบที่มีความเสี่ยงสูงที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ภายในปี 2573

ปี เป้าหมาย
2568 39.62%
2567 38.20%
2566 33.40%
2565 53.26%
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
การดำเนินงานของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบมีส่วนช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายของ Sustainable Development Goals จำนวน 8 เป้าหมายด้วยกัน
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินการประเมินและจัดลำดับความสำคัญผู้มีส่วนได้เสียเป็นประจำทุกปี เพื่อประเมินผลกระทบที่เรามีต่อผู้มีส่วนได้เสีย และประเด็นใดที่ผู้มีส่วนได้เสียให้ความสำคัญและจะมีอิทธิพลต่อกลยุทธ์และการดำเนินการของเราเมื่อเวลาผ่านไป ในปี 2568 ผลการประเมินพบว่าความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมความร่วมมือที่แข็งแกร่ง การปฏิบัติตามมาตรฐานที่เข้มงวด และการจัดลำดับความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม สร้างผลกระทบต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสี่กลุ่ม
เกษตรกร
ชุมชน และสังคม
คู่ค้าธุรกิจ
ภาครัฐ
พนักงานและครอบครัว
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2568
ร้อยละ
คู่ค้าที่มีความสําคัญที่ได้รับการประเมินด้านความยั่งยืนยั่งยืน
ร้อยละ
วัตถุดิบที่มีความเสี่ยงสูงสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
ร้อยละ
คู่ค้ารายใหม่ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
ร้อยละ
สัดส่วนการจัดซื้อภายในประเทศ

แนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ

เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้บูรณาการประเด็นด้านความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการจัดหา และดำเนินการภายใต้กรอบดำเนินงานการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ (Responsible Supply Chain Management Framework) ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ คู่ค้าธุรกิจปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณของเครือฯ ที่ได้จัดทำไว้เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน

โดยจะนำมาซึ่งการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานและผู้มีส่วนได้เสียในวงกว้าง และเพื่อให้เกิดการดำเนินการอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด รองรับธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มีอยู่ทั่วโลก เครือฯ จึงได้พัฒนาเครื่องมือการตรวจประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อค้นหาโอกาสในการปรับปรุง และวางมาตรการจัดการเชิงรุกที่เป็นการผสานความร่วมมือระหว่างคู่ค้าธุรกิจและเครือเจริญโภคภัณฑ์

แนวทางการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ 5 ขั้นตอน

เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้พัฒนาแนวทางการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ 5 ขั้นตอน ตามกรอบของ UN Global Compact เพื่อส่งเสริมความซื่อสัตย์ ความเป็นธรรม ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบ ตลอดจนการปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ภายใต้แนวทางดังกล่าว เครือฯ มีการทบทวนแนวปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดจ้างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า และเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล นอกจากนี้ เครือฯ ยังได้บูรณาการประเด็นด้านความยั่งยืนเข้าไปในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และดำเนินการประเมินคู่ค้าตามแนวทางสากล เช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) และหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights) โดยแนวทางการดำเนินงานทั้งหมดนี้ได้มีการสื่อสารผ่านการอบรมให้แก่พนักงาน และผู้มีเกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อ รวมถึงกระบวนการประเมินการดำเนินงานของคู่ค้าทุกท่าน เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับข้อกำหนด และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ​

ภายใต้กระบวนการนี้ คู่ค้า ผู้รับเหมา และคู่ค้าทางธุรกิจจะได้รับการติดตามเพื่อประเมินการปฏิบัติตามข้อกำหนด และหากพบช่องว่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์จะดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงที่จำเป็น นอกจากนี้ เครือฯ ยังได้สร้างการมีส่วนร่วมกับคู่ค้าผ่านการฝึกอบรม การสื่อสาร และโครงการเสริมสร้างศักยภาพ เพื่อยกระดับความเข้าใจในข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ รวมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม การไม่เลือกปฏิบัติ และการป้องกันการคุกคาม ข้อมูลจากการติดตามและการประเมินจะได้รับการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจถึงความเหมาะสมของแนวปฏิบัติ เสริมสร้างความรับผิดชอบ และเพิ่มความโปร่งใส ​

เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการจัดหาอย่างยั่งยืน จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า กลยุทธ์ เป้าหมาย ตัวชี้วัด รวมถึงการจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบทั้งในระดับเครือฯ และระดับกลุ่มธุรกิจ เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแล ควบคุม และติดตามการดำเนินการตาม นโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายงานผลการดำเนินงาน โดยตรงต่อคณะกรรมการด้านความยั่งยืน โดยมีประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ทำหน้าที่เป็นประธานของคณะกรรมการฯ ซึ่งต้องรายงานผลและแผนการดำเนินงานไปยังคณะกรรมการบริษัท ต่อไป

เครือเจริญโภคภัณฑ์จัดให้มีการสื่อสารและอบรมนโยบายและ แนวปฏิบัติด้านการจัดหาอย่างยั่งยืนให้กับบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องใน Suppliers ESG Program รวมถึงการสื่อสารและอบรม จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้าให้กับคู่ค้าทุกรายผ่านหลากหลาย ช่องทางเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งให้คู่ค้าลงนามในจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า เพื่อแสดงเจตจำนงในการปฏิบัติต่อจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้าอย่างเคร่งครัด

เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ผนวกเกณฑ์ด้านความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่และการประเมินคู่ค้าประจำปี พร้อมทั้งแนบจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้าลงในข้อกำหนด ของสัญญาและมีการระบุข้อกำหนดเฉพาะด้านเพิ่มเติมสำหรับ คู่ค้ารายที่มีความเสี่ยงสูงจากการประกอบกิจการ และเพื่อให้การเกิดประสิทธิผลในการบริหารจัดการคู่ค้า เครือฯ ได้ระบุคู่ค้า ที่มีความสำคัญ (Significant Suppliers) ตามระดับความสำคัญ ทางธุรกิจที่พิจารณาจากเกณฑ์ ดังนี้

  • คู่ค้าที่มีมูลค่าการสั่งซื้อสูง
  • คู่ค้าที่ส่งมอบสินค้าและบริการที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ
  • คู่ค้าที่ส่งมอบสินค้าและบริการที่หาทดแทนไม่ได้ หรือเป็นคู่ค้า น้อยรายที่สามารถส่งมอบได้

นอกจากเกณฑ์ข้างต้นแล้ว เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานผ่านเกณฑ์ ประเมิน 2 มิติ คือ ระดับความรุนแรงของผลกระทบ และความเป็นไปได้ของโอกาสที่จะเกิด ซึ่งประเด็นความเสี่ยงที่ใช้ในการประเมินนำมาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ดังนี้ 1. ข่าวสาร 2. ผลการดำเนินงาน ในอดีต 3. ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องกับตัวสินค้า/อุตสาหกรรม/ประเทศ และ 4. แนวโน้มความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดในอนาคต ทั้งนี้ การประเมินความเสี่ยงครอบคลุมถึงกลุ่มวัตถุดิบ กลุ่มบรรจุภัณฑ์ และกลุ่มผู้ให้บริการที่ไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะคู่ค้าธุรกิจลำดับที่ 1 (Tier 1) ที่เครือฯ ทำการซื้อ-ขายโดยตรงเท่านั้น แต่ยังคงรวมถึงคู่ค้าธุรกิจลำดับอื่น ๆ (Non-Tier 1) อีกด้วย

เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ประเมินการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของคู่ค้าเป็นประจำทุกปีด้วยวิธีการที่เหมาะสม ได้แก่

  • แบบสอบถาม/แบบประเมินตนเอง
  • การตรวจประเมินสถานประกอบการโดยผู้ตรวจสอบของเครือฯ
  • การตรวจประเมินสถานประกอบการโดยผู้ตรวจสอบอิสระ
  • การวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานของคู่ค้าจากการประเมิน ของผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ

หลังจากการประเมิน หากเครือเจริญโภคภัณฑ์พบความไม่สอดคล้องกับจรรยาบรรณธุรกิจ และข้อกำหนดคู่ค้าจะต้องนำส่งแผนการแก้ไขที่ระบุถึงมาตรการและกำหนดเวลาการแก้ไขมายังเครือฯ เพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสม ความเพียงพอ และความมีประสิทธิผล ซึ่งเครือฯ จะทำการติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการแก้ไข ตามแผนการแก้ไข และให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการดำเนินงานของคู่ค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานของเครือฯ

เครือเจริญโภคภัณฑ์จัดให้มีโปรแกรมการพัฒนาคู่ค้าในหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ การจัดอบรมให้ความรู้ การส่งมอบสื่อการสอน การให้คำปรึกษาสำหรับการแก้ไขความไม่สอดคล้องที่พบจากการตรวจประเมิน และการร่วมทำโครงการเพื่อขจัดข้อจำกัดที่มี รวมถึงการจัดให้มีการมอบรางวัลแก่คู่ค้า เพื่อประกาศเกียรติคุณสำหรับคู่ค้าที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม สำหรับคู่ค้าที่พบประเด็นที่ไม่เป็นไปตามข้อหนดของเครือฯ จากการประเมินคู่ค้าก็จะได้รับการอบรม เพื่อเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามข้อกำหนดของเครือฯ และสากลในทางกลับกัน กรณีที่พบคู่ค้าที่ปฏิเสธการมีส่วนร่วมใน Supplier ESG Program ทุกรูปแบบ หรือไม่สามารถทำการแก้ไขความไม่สอดคล้องตามมาตรการและ ระยะเวลาที่ถูกกำหนดและตกลงไว้ เครือฯ จะนำคู่ค้ารายนั้นเข้าสู่กระบวนการยกเลิกสัญญาอย่างเป็นธรรมต่อไป