สวัสดิภาพสัตว์
เครือเจริญโภคภัณฑ์ตระหนักถึงความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในภาคการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มผลผลิต การดูแลสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของสัตว์ เครือฯ มุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์และความเชื่อมั่นในระบบอาหารโลก โดยนำแนวทาง “อิสระ 5 ประการ” (Five Freedoms) มาใช้ในการจัดการฟาร์มสัตว์บกและสัตว์น้ำทั่วทุกกิจการในทุกประเทศ เพื่อให้การเลี้ยงสัตว์มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน
การดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์
ความมุ่งมั่นของเราต่อสวัสดิภาพสัตว์แสดงให้เห็นผ่านแนวปฏิบัติและความคิดริเริ่มต่าง ๆ ในการดำเนินงานดังนี้

การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมด้านการเลี้ยงสัตว์
เราให้ความสำคัญกับการเลี้ยงสัตว์อย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นให้สัตว์มีความเป็นอยู่ที่ดีและสุขสบาย ผ่านการบริหารจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์อย่างมีจริยธรรม โดยยึดหลักกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของประเทศและประเทศคู่ค้าอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อกำหนดของลูกค้าและมาตรฐานสากลด้านสวัสดิภาพสัตว์เป็นอย่างน้อย รวมถึงศึกษาแนวทางพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดีด้านสวัสดิภาพสัตว์
เราดำเนินงานตามแนวทางการดูแลสัตว์อย่างเหมาะสมและมีมนุษยธรรมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลี้ยง การให้อาหาร การดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค ไปจนถึงการเคลื่อนย้ายสัตว์ ครอบคลุมทั้งกิจการของบริษัทและคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ตรวจประเมินเพื่อความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ
เราใช้ทั้งการประเมินภายในและการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระภายนอก เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติต่อสัตว์เป็นไปอย่างเหมาะสมตามมาตรฐานที่กำหนด
เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส
เรารายงานผลการดำเนินงานตามแนวปฏิบัติและเป้าหมายด้านสวัสดิภาพสัตว์ผ่านรายงานความยั่งยืนและช่องทางอื่น ๆ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงข้อมูลและติดตามความก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
สร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรฐาน
เราร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรไม่แสวงผลกำไร สถาบันการศึกษา ชุมชน และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และร่วมกันส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ดีด้านสวัสดิภาพสัตว์
การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างมีความรับผิดชอบและสมเหตุสมผล
เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญกับการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบและสมเหตุสมผลในกระบวนการเลี้ยงสัตว์ เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อดื้อยาและป้องกันสารตกค้างในผลิตภัณฑ์อาหาร โดยยึดหลัก "สุขภาพหนึ่งเดียว" (One Health) ที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
แนวทางนี้ถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกกิจการปศุสัตว์ของเครือฯ ทั่วโลก ทั้งฟาร์มของบริษัทเองและฟาร์มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ โดยลดการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อการป้องกันโรค และจะใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อการรักษาสำหรับดำรงไว้ซึ่งหลักสวัสดิภาพสัตสัตว์ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเท่านั้น และ
- ปราศจากการใช้ยาปฏิชีวนะที่ผ่านการรับรองให้ใช้เฉพาะในคนเท่านั้น (Human-Only Antibiotics)
- ปราศจากการใช้ยาปฏิชีวนะที่ผ่านการรับรองให้ใช้ทั้งในคนและสัตว์ (Shared-Class Antibiotics) ที่สำคัญทางการแพทย์ของมนุษย์ เพื่อวัตถุประสงค์เร่งการเจริญเติบโต (Growth Promotor)
- ปราศจากการใช้ฮอร์โมน เพื่อวัตถุประสงค์เร่งการเจริญเติบโต (Growth Hormone)

ตัวอย่างการดำเนินงานของบริษัท บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) กำหนดแนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบ ครอบคลุมฟาร์มของบริษัทและฟาร์มเกษตรกรในโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ โดย ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันโรค (No Prophylactic Use) และไม่ใช้ยาปฏิชีวนะที่สงวนไว้สำหรับมนุษย์ (Human-Only Antibiotics) รวมถึงไม่ใช้ยาปฏิชีวนะที่มีความสำคัญทางการแพทย์ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์ (Shared-Class Antibiotics) เพื่อเร่งการเจริญเติบโต ทั้งนี้ การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อการรักษาดำเนินการตามหลักสวัสดิภาพสัตว์และอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสัตวแพทย์
ควบคู่กันนี้ ซีพีเอฟส่งเสริมแนวทางทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพายาปฏิชีวนะ อาทิ การพัฒนาระบบการเลี้ยงและมาตรการป้องกันโรค การจัดการสุขภาพสัตว์ตามแนวทางเพื่อลดการใช้ยา การพัฒนาบุคลากรด้านสัตวแพทยศาสตร์ ตลอดจนการใช้ โพรไบโอติกและสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและภูมิคุ้มกันของสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีการติดตามเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) และยีนดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR genes) ร่วมกับหน่วยงานวิชาการ เพื่อสนับสนุนการลดการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพัฒนาการเลี้ยงสัตว์แบบ Raised Without Antibiotics (RWA) ในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
บริษัทได้วางแนวทางแบบองค์รวมและยั่งยืนในการควบคุมการดื้อยาต้านจุลชีพในห่วงโซ่การผลิตสุกรของบริษัทดังนี้
ซีพีเอฟยังมุ่งมั่นลดการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างต่อเนื่อง ผ่าน ความร่วมมือแบบสหสาขาวิชากับสถาบันการศึกษาชั้นนำของไทย เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม ตลอดจนสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายด้านสาธารณสุขของประเทศ โดยในปี 2568 มีความร่วมมือด้านการวิจัยที่สำคัญ ได้แก่
ด้วยความมุ่งมั่นในการลด ละ เลิกการใช้ยาปฏิชีวนะมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2561 สายธุรกิจผลิตไก่เนื้อครบวงจรมีนบุรีได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก “การเลี้ยงไก่แบบไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการผลิต ตั้งแต่โรงฟักไก่เนื้อ ฟาร์มไก่เนื้อ จนถึงโรงชำแหละและแปรรูป (Raised Without Antibiotics: RWA)” จาก NSF ประเทศสหรัฐอเมริกา
การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อการรักษาในธุรกิจสุกรและไก่เนื้อ จะไม่เป็นยาที่อยู่ในกลุ่ม “Highest Priority Critically Important Antimicrobials: HPCIAs” ประเภทที่ผ่านการรับรองให้ใช้ในคนเท่านั้น (Human Only Antibiotics) หรือประเภทที่ผ่านการรับรองให้ใช้ทั้งในคนและสัตว์ (Shared-Class Antibiotics) ซึ่งกำหนดโดยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ตามประกาศใน Critically Important Antimicrobials for Human Medicine ฉบับที่ 5 และบริษัทได้ยกเลิกการใช้ยา โคลิสติน (Colistin) ในธุรกิจการเลี้ยงไก่เนื้อและสุกรมาตั้งแต่ปี 2558 และ2560 ตามลำดับ
ด้านธุรกิจการเลี้ยงไก่ไข่มีการนำโพรไบโอติกและสารสกัดจากธรรมชาติมาใช้ในการรักษาไก่ที่บาดเจ็บหรือเจ็บป่วย ทำให้ไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะทุกชนิดในฟาร์มไก่ไข่ที่ให้ผลผลิตของบริษัทและของเกษตรกรในโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์
สำหรับธุรกิจการเลี้ยงกุ้ง มีการนำโพรไบโอติกมาใช้ ช่วยให้กุ้งมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นและปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น จึงทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
| ไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อการป้องกันโรค | ไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะ | |||
|---|---|---|---|---|
| สุกร | ไก่เนื้อ | เป็ดเนื้อ | ไก่ไข่ | กุ้ง |

การวิจัยและพัฒนา
เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญกับ การวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม เพื่อยกระดับการเลี้ยงสัตว์และส่งเสริมสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยตระหนักว่าสัตว์ที่มีสุขภาพดีเป็นพื้นฐานสำคัญของการผลิตอาหารและแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสำหรับผู้บริโภค
กลุ่มธุรกิจจึงมุ่งพัฒนา อาหารสัตว์ตามหลักโภชนาการแม่นยำ (Precision Nutrition) ให้สอดคล้องกับความต้องการทางโภชนาการของสัตว์แต่ละชนิดและแต่ละช่วงวัย โดยอาศัยศูนย์วิจัยและนวัตกรรมอาหารสัตว์ ตลอดจนองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม อาทิ อาหารสัตว์ผสมจุลินทรีย์โพรไบโอติก เพื่อสนับสนุนสมดุลของระบบทางเดินอาหาร เสริมสร้างสุขภาพและภูมิคุ้มกันของสัตว์ และลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ควบคู่กับการนำ ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) มาใช้เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคและการปนเปื้อนภายในฟาร์ม นอกจากนี้ ยังประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการติดตามสุขภาพ การเจริญเติบโต และสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการฟาร์มและยกระดับสวัสดิภาพสัตว์อย่างต่อเนื่อง
การเลี้ยงสัตว์ การขนส่ง และการชำแหละ
เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญกับ สภาพความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์และการส่งเสริมให้สัตว์สามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ
โดยกลุ่มธุรกิจพัฒนารูปแบบการเลี้ยงและสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับสัตว์แต่ละชนิด อาทิ การเลี้ยงแบบคอกรวมสำหรับสุกรและสัตว์ปีก ระบบเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์อุ้มท้องแบบคอกรวม (Group Gestation Housing) และการเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ใช้กรง (Cage-free) เพื่อลดข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวและสนับสนุนพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์
ด้านการขนส่งและเคลื่อนย้ายสัตว์มีชีวิต กลุ่มธุรกิจบริหารจัดการตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ โดยคำนึงถึงระยะเวลา อุณหภูมิ และการระบายอากาศ พร้อมกำหนดมาตรการลดความเครียด การเคลื่อนย้ายอย่างนุ่มนวล และการจัดพื้นที่พักสัตว์ที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์ตลอดกระบวนการขนส่ง
สำหรับกระบวนการชำแหละ กลุ่มธุรกิจดำเนินการตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ โดยทำให้สัตว์หมดความรู้สึกหรือสลบก่อนการชำแหละ (Stunning) ด้วยวิธีที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับ เพื่อลดความเจ็บปวด ความเครียด และความทุกข์ทรมานของสัตว์ โดยมุ่งให้สัตว์ที่เข้าสู่กระบวนการชำแหละได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมตามหลักสวัสดิภาพสัตว์
ตัวอย่างการดำเนินงานของ บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ)
ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดให้มีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ปราศจากการควบคุมในพื้นที่แคบ เพื่อให้สัตว์ได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ โดยการเลี้ยงสุกรขุน ไก่พันธุ์ ไก่เนื้อ เป็ดพันธุ์ และเป็ดเนื้อ ของกิจการในทุกประเทศเป็นการเลี้ยงแบบคอกรวม มีพื้นที่ให้สัตว์เพียงพอในการแสดงออกของพฤติกรรมตามธรรมชาติ
ส่วนในสุกรพันธุ์ บริษัทได้นำระบบการเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์อุ้มท้องในคอกขังรวมมาประยุกต์ใช้ตั้งแต่ปี 2543 และมีเป้าหมายปรับเปลี่ยนให้ได้ร้อยละ 100 ในฟาร์มของบริษัทและฟาร์มของเกษตรกรในโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ ในกิจการของทุกประเทศภายในปี 2571 ส่วนในไก่ไข่ บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงจากแบบเดิม (Conventional Cage) เป็นแบบปล่อยอิสระในโรงเรือน (Cage-free) โดยเริ่มดำเนินการในกิจการประเทศไทยตั้งแต่ปี 2562 ที่ฟาร์มไก่ไข่วังสมบูรณ์ จังหวัดสระบุรี

การปฏิบัติที่ดีด้านสวัสดิภาพสัตว์คือรากฐานสำคัญของการผลิตปศุสัตว์ช่วยส่งเสริมสุขภาพสัตว์ ลดการเกิดโรคและการใช้ยาปฏิชีวนะ สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค อันนำไปสู่ความมั่นคงทางอาหาร ตลอดห่วงโซ่การผลิตอย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ บริษัทฯ มีนโยบายชัดเจนในการควบคุมระยะเวลาในการขนส่งสัตว์มีชีวิตทุกประเภท ในทุกประเทศที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ให้อยู่ภายในระยะเวลา 8 ชั่วโมง ให้ได้ร้อยละ 100 พร้อมใช้รถขนส่งที่มีการควบคุมอุณหภูมิและการระบายอากาศอย่างเหมาะสม รวมถึงวางแผนพื้นที่เลี้ยงสัตว์ให้อยู่ใกล้กับโรงชำแหละเพื่อลดระยะเวลาการขนส่ง กรณีมีข้อจำกัดและจำเป็นต้องขนส่งเกิน 8 ชั่วโมง บริษัทกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดความเครียด โดยให้มีการหยุดรถ ทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำและตรวจสอบสภาพสัตว์ นอกจากนี้ การนำสัตว์ลงจากรถต้องดำเนินการอย่างนุ่มนวลตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ พร้อมจัดให้มี พื้นที่พักสัตว์ (Unloading Area) ที่มีการระบายอากาศและอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้สัตว์ผ่อนคลายและอยู่ในอาการสงบ
| ประเภทสัตว์ | ระยะเวลาเฉลี่ยในการขนส่งสัตว์มีชีวิต* (ชั่วโมง) | |
|---|---|---|
| 2567 | 2568 | |
| ไก่เนื้อ | 1.8 | 1.4 |
| เป็ดเนื้อ | 3.0 | 3.9 |
| ไก่ไข่ | 2.0 | 0.6 |
| สุกร | 4.0 | 2.9 |
| กุ้ง | 2.3 | 3.2 |
หมายเหตุ : *คำนวณจากระยะเวลาขนส่งสัตว์มีชีวิตของทุกประเทศที่บริษัทมีกิจการ
นอกจากนี้ ซีพีเอฟ ยังให้ความสำคัญกับการทำให้สัตว์หมดความรู้สึกหรือสลบก่อนเข้ารับการชำแหละด้วยวิธีการสากลที่ได้รับการยอมรับ โดยมีเป้าหมายให้ร้อยละ 100 ของสัตว์ทุกชนิดและทุกประเทศที่เราเข้าไปลงทุนเลี้ยงสัตว์ ที่จะเข้าชำแหละในโรงชำแหละของบริษัทจะต้องผ่านขั้นตอนการทำให้หมดความรู้สึกหรือสลบ เพื่อไม่ให้รู้สึกถึงความเจ็บปวดและทรมาน
ของสัตว์ทุกประเภทที่จะเข้าสู่กระบวนการแปรรูปของบริษัทจะทำให้หมดความรู้สึกหรือสลบก่อนเข้าสู่การฆ่า
- ใช้กระแสไฟฟ้าในอ่างควบคุม: ไก่เนื้อ เป็ดเนื้อ ไก่ไข่ และปลา
- ใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือกระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำ: สุกร
- ใช้น้ำแข็ง: กุ้ง
- ใช้กระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำ: กุ้ง (บางส่วน)
การส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดีด้านสวัสดิภาพสัตว์
การเสริมสภาพแวดล้อมการเลี้ยงสัตว์
เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยตระหนักว่าการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญในการตอบสนองความต้องการพื้นฐานของสัตว์ และเอื้อต่อการแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ
เครือฯ จึงส่งเสริมให้กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องนำหลักการเสริมสภาพแวดล้อมการเลี้ยงสัตว์ มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับชนิดสัตว์ รูปแบบการเลี้ยง และบริบทของการดำเนินงานในแต่ละประเทศ เพื่อลดความไม่สบายกายและความเครียด ตลอดจนส่งเสริมสุขภาวะและพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์
ไก่เนื้อ


ไก่ไข่



เป็ดเนื้อ


สุกร


เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งมั่นยกระดับการเลี้ยงสัตว์อย่างยั่งยืน โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะเป็นตัวขับเคลื่อน เราปรับเปลี่ยนจากการเลี้ยงสัตว์แบบดั้งเดิมสู่ "ฟาร์มอัจฉริยะ" (Smart Farm) ที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่
เช่น Internet of Things (IoT), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติใช้ในการติดตามสุขภาพสัตว์แบบเรียลไทม์ เพื่อลดความเครียด ป้องกันโรคระบาด และดูแลสวัสดิภาพสัตว์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เรานำแนวทางการเลี้ยงสัตว์อย่างมีจริยธรรมตามหลัก "อิสรภาพ 5 ประการ" (Five Freedoms) มาใช้ในการดูแลสัตว์ทุกประเภท ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำเน้นการดูแลสุขภาพสัตว์อย่างรอบด้านลดการใช้ยาปฏิชีวนะและฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตพร้อมนำระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) มาป้องกันโรคอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้เราใช้เทคโนโลยีข้อมูล เช่น Big Data และระบบคลาวด์ ในการวิเคราะห์แนวโน้มสุขภาพสัตว์และวางแผนการเลี้ยงอย่างแม่นยำ ส่งผลให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพสูง ลดต้นทุนในระยะยาว และเพิ่มความปลอดภัยในห่วงโซ่อาหาร รวมถึงนำแนวทาง Probiotic Farming มาดูแลสุขภาพสัตว์อย่างปลอดภัย ลดการพึ่งพายาปฏิชีวนะ พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคุมคุณภาพน้ำและสภาพแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งใช้ระบบบริหารข้อมูลดิจิทัลในการวางแผนเพาะพันธุ์และขนส่งให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เครือฯ ยังสนับสนุนให้เกษตรกรและคู่ค้าธุรกิจนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปปรับใช้ในฟาร์ม เพื่อยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ทั้งในภาคปศุสัตว์และสัตว์น้ำอย่างทั่วถึง สร้างความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ชุมชน และผู้บริโภคอย่างยั่งยืน ตัวอย่างโครงการ เช่น
ฟาร์มหมูอัจฉริยะสุยโจวยกระดับการเลี้ยงหมู ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ
นิคมอุตสาหกรรมสุยโจวของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประเทศจีน มุ่งมั่นพัฒนาการเลี้ยงหมูอย่างยั่งยืนและมีสวัสดิภาพสัตว์ โดยนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลี้ยง การจัดการสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการผลิตพลังงานสะอาด โครงการนี้เน้นการสร้างสวัสดิภาพสัตว์ผ่านการควบคุมปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสม ลดการพึ่งพาแรงงานคน และเพิ่มความแม่นยำในการดูแลสัตว์ โดยเทคโนโลยีที่นำมาใช้:
- ระบบการให้อาหารอัตโนมัติและการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นภายในโรงเรือน ตลอดทั้งปี
- ระบบ Artificial Intelligence (AI) ช่วยในการดูแลหมู ทำให้พนักงานเพียง 5 คน สามารถเลี้ยงหมูได้ถึง 30,000 ตัวต่อปี
- แท็กหูอิเล็กทรอนิกส์ในการระบุตัวตน ติดตามข้อมูลสุขภาพ เช่น ระยะผสมพันธุ์ ปริมาณอาหาร และสุขภาพของหมู
- AI วิเคราะห์เสียงไอหมู เพื่อตรวจสอบและคัดกรองโรคทางเดินหายใจได้อย่างแม่นยำ
ปัจจุบัน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประเทศจีน มีฐานการผลิตที่ติดตั้งระบบอัจฉริยะตามมาตรฐาน 80 แห่ง สามารถผลิตหมูได้ปีละ 1 ล้านตัว

Vision AI-Based Chicken Weight Estimation
การชั่งน้ำหนักสัตว์แบบเดิมต้องใช้แรงงานและเวลา อีกทั้งการจับสัตว์เพื่อชั่งน้ำหนักอาจก่อให้เกิดความเครียดและส่งผลต่อสวัสดิภาพสัตว์ ขณะที่การเข้า-ออกโรงเรือนของบุคลากรอาจเพิ่มความเสี่ยงในการนำเชื้อโรคเข้าสู่พื้นที่เลี้ยง นอกจากนี้ การสุ่มชั่งน้ำหนักเป็นบางช่วงเวลาอาจไม่สะท้อนแนวโน้มการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีข้อจำกัดในการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) จึงพัฒนา Vision AI-Based Chicken Weight Estimation โดยใช้ AI วิเคราะห์ภาพจากกล้องเพื่อประมาณน้ำหนักเฉลี่ย ติดตามและคาดการณ์แนวโน้มการเจริญเติบโต รวมถึงแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติ ระบบช่วย ลดความจำเป็นในการจับไก่เพื่อชั่งน้ำหนัก ลดการรบกวนและความเครียดของสัตว์ สนับสนุนสวัสดิภาพสัตว์และมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) พร้อมช่วยให้ผู้ดูแลมีข้อมูลประกอบการวางแผนด้านอาหาร การจัดการโรงเรือน และการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
หมายเหตุ: ผลลัพธ์จากระบบเป็นค่าประมาณเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ โดยความแม่นยำอาจแตกต่างตามสภาพแวดล้อม เช่น แสง มุมกล้อง ความหนาแน่นของสัตว์ และสภาพโรงเรือน จึงควรตรวจสอบร่วมกับข้อมูลจริง รวมถึงสอบเทียบและติดตามประสิทธิภาพของระบบอย่างสม่ำเสมอ
แอปพลิเคชัน WeChat Mini Program “ผู้ช่วยเกษตรและปศุสัตว์”
บริษัท ซีพีจิ่งไท การเพาะพันธุ์สุกรพันธุ์ จำกัด ประเทศจีน มุ่งมั่นยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ และประสิทธิภาพการเลี้ยงสุกรผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยพัฒนา มินิโปรแกรม “Agro-pastoral” บนแพลตฟอร์ม WeChat เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของการเลี้ยงสุกรแบบดั้งเดิม และยกระดับการบริหารจัดการฟาร์มให้ทันสมัย ระบบดังกล่าวผสานเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) สำหรับการเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อแจ้งเตือนสุขภาพสุกรล่วงหน้าและปรับการให้อาหารอย่างเหมาะสม รวมถึง Blockchain เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนกลับตลอดวงจรการผลิต ซึ่งช่วยให้เกษตรกรติดตามสุขภาพสัตว์และบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ การประยุกต์ใช้ระบบเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนและการสูญเสียอาหารสัตว์อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ เพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการเพิ่มกำไรของฟาร์ม ตลอดจนเสริมความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหาร และเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลสู่การพัฒนาเกษตรกรรมสมัยใหม่ในวงกว้าง
แอปพลิเคชั่น การวินิจฉัยอัจฉริยะ:
พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่บุคลากร ผู้เกี่ยวข้องในฟาร์มสุกร จัดการปัญหาสุขภาพสุกรเบื้องต้น โดยแอปพลิเคชันประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ
- บทความวิชาการเกี่ยวกับการเลี้ยงและข่าวสารโรคระบาดในสุกร เพื่ออัพเดทข้อมูล
- คลังความรู้โรคสำคัญในสุกร เพื่อให้รายละเอียดและคำแนะนำในการจัดการเบื้องต้น
- การวินิจฉัยโรคสุกร เพื่อวินิจฉัยโรคเบื้องต้นเมื่อพบสุกรป่วยและวิธีการจัดการ
การส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ในห่วงโซ่อุปทาน
เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ในทุกขั้นตอนการผลิตอาหาร เพื่อสร้างมาตรฐานที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และยั่งยืน เรามุ่งมั่นพัฒนากระบวนการเลี้ยงสัตว์โดยคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์อย่างเป็นระบบ พร้อมนำแนวทางการปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมาใช้จริง
หนึ่งในแนวทางหลักที่เครือฯ นำมาใช้คือ การวัดผลสวัสดิภาพสัตว์ (Welfare Outcome Measures: WOMs) เพื่อประเมินและยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ ทั้งในประเทศไทยและกิจการในต่างประเทศ โดยพิจารณาปัจจัยหลัก เช่น อัตราการรอด การเติบโต การสูญเสีย คุณภาพของสัตว์ และพฤติกรรมตามธรรมชาติ เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
ข้อมูลด้านการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์
การวัดผลการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ของเครือฯ ตลอดห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ปี 2568
WOM
อัตราการมีชีวิตระหว่างขนส่ง (ร้อยละ) (Transport Livability)
| ปี | ร้อยละ |
|---|---|
| 2567 | 99.75i |
| 2567 | 99.91 |
| 2566 | 99.80 |
| 2565 | 99.82 |
การประเมินการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ใน ผลิตภัณฑ์หลักของเครือฯ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั่วโลกปี 2568
การส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์

-
i ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย
-
ii ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม และไต้หวัน
-
iii ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระในโรงเรือนที่กิจการประเทศไทยและไต้หวัน
-
iv ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการเลี้ยงแม่สุกรแบบคอกขังรวมที่กิจการประเทศไทย เวียดนาม ไต้หวัน และกัมพูชา
-
v ครอบคลุมกิจการในประเทศ ดังนี้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์
-
vi ครอบคลุมกิจการในประเทศ ดังนี้ เวียดนาม
การวัดผลการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ของเครือฯ ตลอดห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ปี 2568
WOM
อัตราการมีชีวิตระหว่างขนส่ง (ร้อยละ) (Transport Livability)
| ปี | ร้อยละ |
|---|---|
| 2568 | 98.22iii |
| 2567 | 98.03 |
| 2566 | 98.21 |
| 2565 | 99.98 |
การประเมินการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ใน ผลิตภัณฑ์หลักของเครือฯ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั่วโลกปี 2568
การส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์

-
i ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย
-
ii ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม และไต้หวัน
-
iii ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระในโรงเรือนที่กิจการประเทศไทยและไต้หวัน
-
iv ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการเลี้ยงแม่สุกรแบบคอกขังรวมที่กิจการประเทศไทย เวียดนาม ไต้หวัน และกัมพูชา
-
v ครอบคลุมกิจการในประเทศ ดังนี้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์
-
vi ครอบคลุมกิจการในประเทศ ดังนี้ เวียดนาม
การวัดผลการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ของเครือฯ ตลอดห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ปี 2568
WOM
อัตราการมีชีวิตระหว่างขนส่ง (ร้อยละ) (Transport Livability)
| ปี | ร้อยละ |
|---|---|
| 2568 | 99.84ii |
| 2567 | 99.88 |
| 2566 | 99.02 |
| 2565 | 99.86 |
การประเมินการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ใน ผลิตภัณฑ์หลักของเครือฯ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั่วโลกปี 2568
การส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์

-
i ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย
-
ii ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม และไต้หวัน
-
iii ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระในโรงเรือนที่กิจการประเทศไทยและไต้หวัน
-
iv ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการเลี้ยงแม่สุกรแบบคอกขังรวมที่กิจการประเทศไทย เวียดนาม ไต้หวัน และกัมพูชา
-
v ครอบคลุมกิจการในประเทศ ดังนี้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์
-
vi ครอบคลุมกิจการในประเทศ ดังนี้ เวียดนาม
การวัดผลการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ของเครือฯ ตลอดห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ปี 2568
WOM
อัตราการรอดของแม่สุกร (ร้อยละ) (Sow Survival Rate)
| ปี | ร้อยละ |
|---|---|
| 2568 | 95.63iv |
| 2567 | 96.41 |
| 2566 | 96.86 |
| 2565 | 98.02 |
การประเมินการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ใน ผลิตภัณฑ์หลักของเครือฯ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั่วโลกปี 2568
การส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์

-
i ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย
-
ii ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม และไต้หวัน
-
iii ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระในโรงเรือนที่กิจการประเทศไทยและไต้หวัน
-
iv ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการเลี้ยงแม่สุกรแบบคอกขังรวมที่กิจการประเทศไทย เวียดนาม ไต้หวัน และกัมพูชา
-
v ครอบคลุมกิจการในประเทศ ดังนี้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์
-
vi ครอบคลุมกิจการในประเทศ ดังนี้ เวียดนาม
การวัดผลการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ของเครือฯ ตลอดห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ปี 2568
WOM
ร่องรอยบาดแผล (ร้อยละ) (Black Scar Lesion)
| ปี | ร้อยละ |
|---|---|
| 2568 | 21.56v |
| 2567 | 0.52 |
| 2566 | 3.13 |
การประเมินการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ใน ผลิตภัณฑ์หลักของเครือฯ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั่วโลกปี 2568
การส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์

-
i ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย
-
ii ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม และไต้หวัน
-
iii ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระในโรงเรือนที่กิจการประเทศไทยและไต้หวัน
-
iv ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการเลี้ยงแม่สุกรแบบคอกขังรวมที่กิจการประเทศไทย เวียดนาม ไต้หวัน และกัมพูชา
-
v ครอบคลุมกิจการในประเทศ ดังนี้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์
-
vi ครอบคลุมกิจการในประเทศ ดังนี้ เวียดนาม
การวัดผลการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ของเครือฯ ตลอดห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ปี 2567
WOM
อัตราการมีชีวิตระหว่างขนส่ง (ร้อยละ) (Transport Livability)
| ปี | ร้อยละ |
|---|---|
| 2567 | 98.88v |
| 2566 | 99.07 |
| 2565 | 99.90 |
การประเมินการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ใน ผลิตภัณฑ์หลักของเครือฯ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั่วโลกปี 2568
การส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์

-
i ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย
-
ii ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม และไต้หวัน
-
iii ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระในโรงเรือนที่กิจการประเทศไทยและไต้หวัน
-
iv ครอบคลุมกิจการในประเทศและเศรษฐกิจ ดังนี้ ไทย เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยมีการเลี้ยงแม่สุกรแบบคอกขังรวมที่กิจการประเทศไทย เวียดนาม ไต้หวัน และกัมพูชา
-
v ครอบคลุมกิจการในประเทศ ดังนี้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์
-
vi ครอบคลุมกิจการในประเทศ ดังนี้ เวียดนาม
การเสริมสร้างความรู้และความตระหนักด้านสวัสดิภาพสัตว์
เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสัตว์ เพื่อให้สามารถปฏิบัติต่อสัตว์ได้อย่างเหมาะสมทั้งด้านร่างกายและจิตใจตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ด้านการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ โดยสนับสนุนให้กลุ่มธุรกิจถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เหมาะสมผ่านทีมสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ ไปยังผู้ควบคุมฟาร์ม สัตวบาล เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเกษตรกรในโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์
นอกจากนี้ เครือฯ ยังส่งเสริมการสร้างความตระหนักและยกระดับองค์ความรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์อย่างต่อเนื่อง ผ่านการประชุม การสัมมนา การเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง และการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ รวมถึงการประชุมคณะกรรมการด้านสวัสดิภาพสัตว์ในระดับสากล เพื่อร่วมติดตามผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี ตลอดจนขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ให้สอดคล้องกับแนวทางของเครือฯ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศ
บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) ดำเนินการอบรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้มีเจ้าหน้าที่ PWO ประจำในทุกประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการอยู่ โดยเริ่มดำเนินการอบรมเจ้าหน้าที่ในกิจการต่างประเทศตั้งแต่ปี 2560 และบรรลุเป้าหมายร้อยละ 100 ตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งการสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15-16 ตุลาคม 2568 ที่ประเทศไทย โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิภาพสัตว์จากสถาบัน AW Training, UK ประเทศอังกฤษ
บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) ธุรกิจสุกรในกิจการประเทศไทย จัดให้มีการอบรม Swine Health and Welfare ในรูปแบบ e-Learning แก่พนักงานในฟาร์มบริษัทและฟาร์มของเกษตรกรในโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์เป็นประจำทุกปี ซึ่งครอบคลุมหัวข้อด้านสวัสดิภาพสัตว์ หลักอิสระ 5 ประการ (Five Freedom) พฤติกรรมสุกร สวัสดิภาพสัตว์ในโรงชำแหละและการขนส่ง เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนจะปฏิบัติต่อสุกรตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี
นอกจากนี้ บริษัทยังถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งการเสริมความรู้เรื่องโรคระบาดสำคัญในสัตว์ การป้องกันโรคระบาดเชิงรุก และการสนับสนุนการทำวัคซีนป้องกันโรคให้แก่ประชาชนและเกษตรกร เพื่อส่งเสริมการป้องกันโรคและเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ผลิตอาหารปลอดภัยเพื่อผู้บริโภค
ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งต่อโปรตีนจากเนื้อสัตว์คุณภาพที่ได้รับการปฏิบัติด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีไปยังผู้บริโภค บริษัทจึงได้ประเมินการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท
การตรวจประเมิน
ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดของบริษัทและของเกษตรกรในโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ในกิจการประเทศไทยและกิจการต่างประเทศ ได้ผ่านการตรวจประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปี และผ่านการรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์จากกรมปศุสัตว์ของแต่ละประเทศ
ซึ่งครอบคลุมการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ และสอดคล้องตามระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice: GAP) และหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (Good Manufacturing Practice: GMP) จากความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการสวัสดิภาพสัตว์ข้างต้น เราจึงมั่นใจและรับรองได้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารสดไปจนไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ทั้งหมดภายใต้ตราสินค้าของเรา ตราสินค้าของลูกค้า รวมถึงจำหน่ายในตลาดภายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศมาจากฟาร์มที่มีคุณภาพ ถูกสุขอนามัย และปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ไก่เนื้อ
ประเทศไทย: Global GAP by Control Union International, Farm F1rst Poultry Welfare Standard by Lloyd's Register UK, Compartmentalization System, Raised without Antibiotics (RWS) by NSF, National Sanitation Foundation Global Animal Wellness Standards (NSF GAWS)
เป็ดเนื้อ
ประเทศไทย: Farm F1rst Poultry Welfare Standard by Lloyd's Register UK, Compartmentalization System
ไก่ไข่
ประเทศไทยและไต้หวัน: มาตรฐานไข่ไก่แบบไม่ใช้กรง (Cage-free Eggs Standard)
สุกร
ประเทศไทย: Raised Without Antibiotics (RWA) by NSF
กุ้ง
ประเทศไทย เวียดนาม และอินเดีย: Best Aquaculture Practices (BAP)
ประเทศไทย และอินเดีย: Aquaculture Stewardship Council (ASC)
ปลา
ประเทศเวียดนาม: Aquaculture Stewardship Council (ASC)
หมายเหตุ : i การรับรองยังไม่ครอบคลุมฟาร์มทั้งหมด
การสร้างความร่วมมือและเครือข่ายพันธมิตร
เครือเจริญโภคภัณฑ์ตระหนักดีว่าการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและเครือข่ายพันธมิตร หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
พร้อมทั้งพัฒนาขีดความสามารถผ่านการอบรมและนวัตกรรมใหม่ รวมถึงแบ่งปันองค์ความรู้ระหว่างพันธมิตร เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตสัตว์ ประสิทธิภาพการผลิต และความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน
Seafood Task Force (STF)
บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องร่วมกับ Seafood Task Force (STF) ซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือระดับนานาชาติที่รวมภาคธุรกิจอาหารทะเลชั้นนำ ผู้ค้าปลีก องค์กรพัฒนาเอกชน และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับความรับผิดชอบในห่วงโซ่อุปทานกุ้งและอาหารทะเล โดยมุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและแรงงาน การส่งเสริมการทำประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ตลอดจนการเพิ่มความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนกลับของห่วงโซ่อุปทาน Seafood Task Force ได้จัดโครงสร้างการดำเนินงานผ่านกลุ่มคณะทำงาน (Working Sub-Groups) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากบริษัทสมาชิกและองค์กรผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดี มาตรฐาน และเครื่องมือในการจัดการความเสี่ยงด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมกุ้งเพาะเลี้ยงและอาหารทะเล
โดยบริษัทเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กร ในช่วงปีที่ผ่านมาบริษัทได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการจัดการแรงงานอย่างมีความรับผิดชอบ การตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบ และการประเมินความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสนับสนุนการพัฒนากรอบการดำเนินงานที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน ความร่วมมือดังกล่าวมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจของบริษัทและสมาชิกในภาพรวม เสริมสร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมในระยะยาว
