นวัตกรรมเริ่มต้นจากการมองเห็นสิ่งที่ควรทำให้ดีขึ้น แล้วเปลี่ยนความคิดนั้นให้เกิดผลลัพธ์ที่ใช้ได้จริง

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค รูปแบบธุรกิจ และความท้าทายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เครือเจริญโภคภัณฑ์มองว่านวัตกรรมไม่ใช่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นความสามารถขององค์กรในการเรียนรู้ ทดลอง และนำแนวคิดใหม่มาสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงพัฒนาระบบบริหารนวัตกรรมที่ช่วยเชื่อมโยงความคิดจากบุคลากร หน่วยธุรกิจ นักวิจัย สตาร์ทอัพ และพันธมิตรภายนอกเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การสร้างพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการคิดค้น การพัฒนาทักษะและวัฒนธรรมของคน การกำหนดกระบวนการพัฒนาและทดสอบแนวคิด ไปจนถึงการต่อยอดโครงการที่มีศักยภาพให้สามารถนำไปใช้และขยายผลได้จริง

เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งสร้างระบบที่ทำให้นวัตกรรมเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ไม่จำกัดอยู่เพียงในห้องวิจัย แต่สามารถเชื่อมโยงกับการดำเนินธุรกิจในทุกระดับ เพื่อช่วยตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว

เป้าหมายและความคืบหน้า
ฉบับ

ของสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรที่ได้รับการขึ้นทะเบียน

ปี เป้าหมาย
2568 66.97%
2567 61.23%
2566 54.20%
2565 48.80%
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
การดำเนินงานด้านการบริหารจัดการนวัจกรรมของเครือเจริญโภคภัณฑ์มีส่วนช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายของ Sustainable Development Goals จำนวน 2 เป้าหมายด้วยกัน
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินการประเมินและจัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียเป็นประจำทุกปี เพื่อประเมินผลกระทบที่เรามีต่อผู้มีส่วนได้เสียและประเด็นใดที่ผู้มีส่วนได้เสียให้ความสำคัญและจะมีอิทธิพลต่อกลยุทธ์และการดำเนินการของเราเมื่อเวลาผ่านไป ในปี 2568 ผลการประเมินพบว่าความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อการบริหารจัดการนวัตกรรม และการคิดค้นและพัฒนาส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้ง 4 กลุ่ม
คู่ค้าธุรกิจ
พนักงานและครอบครัว
ชุมชน และสังคม
ลูกค้า และผู้บริโภค
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2568
มูลค่าเงินลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ในปี 2568
ล้านบาท
จํานวนนักวิจัย
คน
สัดส่วนรายได้จากสินค้าและบริการใหม่
ร้อยละ

แนวทางการบริหารจัดการนวัตกรรม

เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งมั่นนำองค์กรเข้าสู่ยุคดิจิทัล หรือยุค 4.0

โดยเชื่อว่านวัตกรรมคือกุญแจสำคัญในการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงระดับโลก (Mega Trend) เครือฯ ได้กำหนดกรอบการบริหารจัดการนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลัก 4P ได้แก่ Platform, People, Process, และ Pipeline เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทั่วทั้งองค์กร โดยในส่วนของ Platform คือการสร้างระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม ด้าน People คือการพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร เพื่อสร้างความพร้อมในการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ส่วน Process คือการปรับกระบวนการทำงานโดยเน้นนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ขณะที่ Pipeline คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ เพื่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแนวทางที่เครือฯ มุ่งมั่นเพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก

เครือฯ ยังมุ่งใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลก เช่น ไบโอเทคโนโลยี (พัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่ทนต่อสภาพอากาศ), นาโนเทคโนโลยี, เทคโนโลยีอวกาศ (ดาวเทียมเพื่อการเกษตรวิเคราะห์ดิน), หุ่นยนต์และดิจิทัล (การตรวจสอบย้อนกลับด้วย Blockchain) เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ยังเป็นพื้นฐานในการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม

เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม เครือฯ ได้กำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนในแต่ละกลยุทธ์ พร้อมกำหนดเป้าหมายที่วัดผลได้ สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกในการพัฒนานวัตกรรม พร้อมทั้งสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ภายในองค์กร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในทิศทางของโลกและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)
จัดให้มีนโยบายความปลอดภัยทาง ไซเบอร์ และอบรมเรื่องกฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ให้กับพนักงานและผู้บริหารระดับสูง
ประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experirence)
ใช้ดิจิทัลเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า เช่น TRUE ID, TRUE MONEY และ ALL MEMBER ปัจจุบันมีลูกค้าในระบบมากกว่า 30 ล้านคน
เทคโนโลยียุคหน้า (Next-gen Technology)
ใช้ Cloud Technology เป็นทิศทางมาตรฐาน ในการพัฒนาต่อยอด ด้านเทคโนโลยีของเครือฯ อาทิ แพลตฟอร์มการบริการ ต่าง ๆ และหุ่นยนต์ระบบอัจฉริยะ
การทํางานร่วมกันแบบดิจิทัล (Digital Workplace)
สร้างองค์ความรู้พื้นฐาน ด้านดิจิทัลให้พนักงาน สร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มหลัก (Eko Connect) เพื่อเชื่อมโยง พนักงานเข้าด้วยกัน
ข้อมูลและการวิเคราะห์ (Data & Analytics)
เชื่อมโยง 85% ของข้อมูลค้าปลีก และ 50% ของข้อมูลการเลี้ยงสัตว์ และการ ผลิตเข้าสู่ Dashboard กลาง เพื่อใช้ข้อมูล ในการตัดสินใจทางธุรกิจ ทําให้เกิดความ รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
การทํางานอัตโนมัติ (Automation)
นํา Internet of Thing มาใช้ในธุรกิจ ค้าปลีกเพื่อสร้าง Digital Retail Store, นําร่องระบบเครื่องจําหน่ายสินค้าอัจฉริยะ นํา AI มาใช้ในการเลี้ยงสัตว์และการเพาะปลูก

ผลการดำเนินงานด้านนวัตกรรมและการลงทุนของเครือเจริญโภคภัณฑ์

การลงทุน
ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา
ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา

(ล้านบาท)

ปี ล้านบาท
2568 35,390
2567 33,607
2566 28,264
2565 28,753
สัดส่วนค่าใช้จ่าย R&D ต่อรายได้
ปี ร้อยละ
2568 1.10%
2567 1.05%
2566 0.85%
2565 0.99%
จำนวนบุคลากรด้าน R&D

(คน)

ปี คน
2568 8,286
2567 9,688
2566 8,968
2565 9,674
กระบวนการ
จำนวนศูนย์วิจัย
แห่ง
จำนวนนักวิจัย
คน
จำนวนนวัตกร
คน
จำนวนโครงการพอใจวันเดียว

(โครงการ)

ปี โครงการ
2568 28,588
2567 40,739
2566 52,284
2565 37,580
นวัตกรรมโครงการแบบเปิด
โครงการ
การมีส่วนร่วมในโครงการนวัตกรรม
คน
ผลลัพธ์
สัดส่วนรายได้จากสินค้าใหม่
ร้อยละ
ค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากนวัตกรรม
ล้านบาท
จำนวนสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร
ฉบับ

การพัฒนานวัตกรรม ในกระบวนการ

เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมในกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการดำเนินงาน โดยมุ่งมั่นส่งมอบสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่า เราได้สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการคิดค้นและพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ ผ่านโครงการหลากหลาย เช่น โครงการ Hackathons การประกวดนวัตกรรมระดับกลุ่มธุรกิจ และงานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ซึ่งเปิดโอกาสให้บุคลากรนำเสนอความคิดสร้างสรรค์และต่อยอดสู่การใช้งานจริง นอกจากนี้ เรายังลงทุนในเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของกระบวนการผลิต ลดความซับซ้อน และเสริมสร้างความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในยุคดิจิทัล

การพัฒนานวัตกรรม สำหรับผลิตภัณฑ์

เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เราได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสำหรับมนุษย์จำนวน 42 แห่ง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร โดยมีกระบวนการวิจัยที่ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การพัฒนาสารเจือปนทางอาหาร การศึกษากรรมวิธีการผลิตของเชฟ ตลอดจนการทดสอบรสชาติ สี กลิ่น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานและคุณภาพสูง นอกจากนี้ เรายังลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตอาหารที่ทันสมัย เช่น เทคโนโลยีการรักษาคุณภาพอาหาร เทคโนโลยีการแปรรูปด้วยความร้อน เทคโนโลยีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และเทคโนโลยีด้านบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในตลาด เรามีเป้าหมายในการพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และเสริมสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหาร

การสร้างความร่วมมือ ด้านนวัตกรรม

เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านนวัตกรรม โดยนอกจากการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีภายในองค์กรแล้ว เรายังมุ่งสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น มหาวิทยาลัย คู่ค้า องค์กรเอกชน และภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ การเชื่อมโยงองค์ความรู้จากพันธมิตรภายนอกกับความเชี่ยวชาญภายใน ช่วยเร่งกระบวนการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและหลากหลาย ตอบโจทย์ความท้าทายทางธุรกิจในปัจจุบัน อีกทั้งยังช่วยเปิดโอกาสสำรวจและพัฒนากลยุทธ์การเติบโตใหม่ (New S-Curve) เพื่อความยั่งยืนในอนาคต