[SD STORY] ‘ลดพลาสติก ยืดอายุโลก’

24 พฤษภาคม 2562

“พยายามเก็บขยะจากทะเล ขึ้นมาพัฒนาเป็นวัสดุก่อสร้าง
เพื่อสร้างต้นแบบในการก่อสร้างอย่างยั่งยืน พร้อมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม”

เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว ที่ รศ. ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม ภาควิชานวัตกรรมอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งใจใช้ความรู้ความสามารถด้านการจัดการนวัตกรรมและการออกแบบที่ตนเองถนัดเข้ามาช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการนำขยะหรือวัสดุเหลือใช้มาหาวิธีแปรรูปให้กลายเป็นวัสดุใหม่ ที่เรียกว่า ‘Upcycled Material’ อาทิ นำกากกาแฟมาทำหินเทียม นำเศษไม้มาผลิตเฟอร์นิเจอร์ นำถุงน้ำยาล้างไตทิ้งจากโรงพยาบาลมาทำกระเป๋า รวมถึงร่วมปั้นแบรนด์ออกแบบเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุเหลือใช้ในภาคอุตสาหกรรมมากมาย และถึงวันนี้ก็ยังไม่หยุดทำงานตามเจตนารมณ์เดิม เพิ่มเติมคือภารกิจใหม่ในฐานะ หัวหน้าคณะที่ปรึกษา ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน หรือ RISC (Research and Innovation for Sustainability Center) ที่มุ่งเน้นการศึกษาและวิจัยเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาอาคารเพื่อสุขภาวะและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมองสถานการณ์ขยะจากเวลากว่าสิบปีที่ผ่านไป

“ทุกคนในสังคมทราบดีว่าขยะมันเยอะขึ้นเรื่อยๆ อย่างกรุงเทพฯ จังหวัดเดียวก็มีขยะตั้ง 3-4 ล้านตันต่อปี จากทะเลอีกมโหฬารที่เรากำลังเผชิญปัญหาแพขยะ (Garbage Patch) สถานการณ์ไม่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคนหลายกลุ่มพยายามจะแก้ปัญหาและลงมือทำสม่ำเสมอในการลดปัญหาขยะพลาสติก เช่น เราเริ่มเห็นธุรกิจที่ลูกค้าซื้อของโดยที่ไม่ต้องมีแพ็กเกจจิ้ง พยายามที่จะเอาขวดเอากล่องไปเอง และผมคิดว่ามันจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ที่คนเริ่มรู้สึกผิดถ้าเดินเข้าห้องประชุมแล้วถือแก้วพลาสติกมาด้วย เราเริ่มเห็นความแตกต่างในช่วงเวลาที่เรายังมีชีวิตอยู่ แน่นอนครับ คนในเจนฯ ต่อไปจะเป็น Game Changer ในการพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อม”

Circular Economy แนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

ดร.สิงห์ยอมรับว่า ช่วงเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมานั้น มนุษย์เราใช้ทรัพยากรโลกหมดไปถึงร้อยละ 30 อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อมลพิษและขยะอีกมากมาย สร้างผลกระทบเชิงนิเวศและวิถีชีวิตทางสังคม จึงถึงเวลาแล้วที่นานาประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยจะต้องหันมาคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศมากขึ้นในทุกกิจกรรม รวมทั้งวิถีการดำเนินชีวิต และการดำเนินธุรกิจต่างๆ ทั้งนี้ในแง่ของการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมในภาคธุรกิจ ในแถบสหภาพยุโรปได้พัฒนาแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นการรวมตัวของหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันทำให้ระบบการผลิตไม่ก่อของเสีย เป็นแนวทางปฏิบัติที่จะส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืน ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ดังที่เห็นตัวอย่างจากเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าในแนวทางนี้ค่อนข้างมาก

“เราต้องยอมรับว่าองค์กรเดียวอุดรูรั่ว ‘ของเสีย’ ของตัวเองทั้งหมดไม่ได้ Circular Economy จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกองค์กรแม้ไม่มีธุรกิจร่วมกัน ไม่รู้จักกัน หรือแม้แต่เป็นคู่แข่งกัน มาช่วยกันใช้ขยะของเสียของคนอื่นซึ่งกันและกัน มองว่าทุกคนต้องช่วยกันสังคมถึงจะเกิด Circular Economy อย่างกรณีวงการอสังหาฯ ที่ผมเกี่ยวข้องอยู่ Waste ก็คือสิ่งหนึ่งเลยที่เป็นรูรั่วของระบบก่อสร้าง ตอนนี้หน้าที่พวกเราคืออุดรูรั่วจากการทำงานของเรา ในบทบาทที่เราทำได้ทันที”

เซตเป้าหมายไว้ที่ Net Zero Waste

ด้วยอาชีพสถาปนิกที่มีภารกิจหลักในการออกแบบสถาปัตยกรรม ก่อสร้างอาคาร วางผัง สร้างเมือง สร้างที่อยู่อาศัย วางระบบโครงการต่างๆ ซึ่งแน่นอนย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม และก็สะเทือนต่อไปยังความรู้สึกรับผิดชอบของคนในวิชาชีพ โดยเฉพาะกับ ดร.สิงห์ ผู้เติบโตมากับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แวดล้อมด้วยป่า เขา ลำธาร น้ำตก บ่อน้ำร้อน อากาศบริสุทธิ์ตั้งแต่ครั้งเรียนไฮสกูลที่เมืองเล็กๆ ใกล้ซีแอตเทิล วอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

“และด้วยความที่เราก็เคยเรียนมาว่า การออกแบบอาคารต้องลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ประหยัดพลังงาน ประหยัดน้ำ แต่พอเราทำงานที่เราก็รู้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่กำลังทำลายสิ่งแวดล้อมอยู่ทำไมทุกเย็นถึงได้มีรถขนขยะจากโครงการที่ถูกคาดหวังว่าควรจะต้องช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมออกไปทิ้งทุกวัน ผมก็เลยเริ่มคิดว่า ถ้าเราจะทำอาชีพนี้ต่อ เราก็ควรจะแก้ปัญหาตรงนี้ไปด้วย”

ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม ม.เกษตรศาตร์ และศูนย์ RISC ที่อยู่ในความดูแลของ ดร.สิงห์ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก MQDC จึงมองหาวิธีที่จะช่วยลดผลกระทบจากการก่อสร้างในเมืองใหญ่

“เราทราบกันดีว่าขยะจากท้องทะเลนั้นมีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นพลาสติก โฟม หรือไนลอน ในขณะที่โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นต้องใช้วัสดุก่อสร้างจำนวนมหาศาล ดังนั้นโครงการใหญ่ที่สุดและยากที่สุดที่ผมทำตอนนี้ก็คือพยายามที่จะเก็บขยะพลาสติกจากทะเลขึ้นมาพัฒนาเป็นวัสดุก่อสร้าง ผมว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยสร้างมิติใหม่ในการพัฒนาอสังหาฯ สร้างต้นแบบในการก่อสร้างอย่างยั่งยืน พร้อมกำจัดขยะพลาสติกเพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และพิทักษ์ระบบนิเวศของเราไปด้วยในตัว”

ดร.สิงห์อธิบายเพิ่มเติมว่า ขยะพลาสติกจากทะเลที่นำมาเข้ากระบวนการอัปไซคลิ่ง (Upcycling) เมื่อผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์กับวิศวกรรมศาสตร์แล้วจะสามารถแปรรูปใหม่เป็นบล็อกที่ใช้ตามพื้นทางเดินหรือขอบถนนตามทางสัญจรเฟอร์นิเจอร์ แท็งก์น้ำและวัสดุอื่นๆ อีกสารพัด

“เป้าหมายของผมในการทำงานด้านการลดขยะคือ ผมจะใช้อุตสาหกรรมการออกแบบและการก่อสร้างเป็นเครื่องมือในการดูดซับของเหลือทิ้งที่ฟุ่มเฟือยต่างๆ (Absorb Waste) และให้ความรู้คนในโครงการก่อสร้าง เพื่อให้สามารถคัดแยกดูแลจัดการขยะได้ ทีมงานผมตั้งใจจะให้ความรู้และใช้อุตสาหกรรมนี้เป็นต้นแบบของการพัฒนาสู่ Net Zero Waste Development ก็คือไม่ปล่อยขยะออกจากพื้นที่โครงการเลย

Eco Material Library ในศูนย์ RISC จัดแสดงวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากทั่วโลกและประเทศไทย

“แต่ด้วยระบบการจัดการขยะของประเทศไทย ก็ยังมีกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เราใช้รถไปขนขยะจากโครงการต่างๆ ของตัวเองมาดูแลจัดการเองไม่ได้ เพราะไม่ใช่รถของเขตฯ ที่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีกฎหมายห้ามขนขยะขึ้นทางสาธารณะ ทำให้เราแทบจะไม่มีสิทธิ์ดูแลขยะทั้งหมดของเราเลย ทั้งที่ในความจริงแล้ว ผมว่าเราต้องดูแลขยะจำนวนมหาศาลเหมือนเราดูแลน้ำเสียที่ถูกบังคับให้บำบัดให้สะอาดก่อนทิ้งลงท่อระบายน้ำ ดังนั้น การจะทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จได้ คือไม่มีขยะออกจากพื้นที่โครงการเลย ผมก็ต้องพยายามพัฒนาแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่นานแล้ว เพื่อปลดล็อกระเบียบทางราชการ

“สำหรับเป้าหมาย Net Zero Waste ในโครงการอสังหาฯ ผมต้องการทำให้สำเร็จภายใน 3-5 ปีนี้ กับโครงการ เดอะฟอเรสเทียส์ บางนา ซึ่งผมตื่นเต้นมากกับการที่มันจะเกิดขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบให้คนอื่นได้ลองศึกษา ถ้าทุกคนทำเรื่องนี้ด้วยกันคิดดูสิครับ พลาสติกจะหายไปขนาดไหน”

มากกว่าความยั่งยืนคือการต้องปรับตัว

“ถ้าถามถึงวิธีที่จะทำให้สำเร็จจริงๆ ในการลดปัญหาขยะก็คือ ต้องลดจำนวนประชากร ทำได้ไหมล่ะครับ เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่สร้างขยะนะอย่าลืม ในเมื่อทำแบบนั้นไม่ได้ แล้วเราจะทำให้ปัญหามันลดลงยังไง โดยเราก็เห็นแผนจากภาครัฐอยู่แล้วว่าปีไหนที่กำหนดว่าจะเริ่มไม่ให้มีถุงพลาสติก ให้ภาชนะเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝา (Cap Seal) ที่จริงจะฟันธงไปเลยว่าห้ามใช้ก็ได้ แต่ที่ต้องตั้งเป้ารอจนถึง พ.ศ. 2568 เพื่อที่จะไม่มีพลาสติกอีกต่อไป เพราะกลัวว่าบริษัทผู้ผลิตจะพัง ก็เป็นเรื่องของเศรษฐกิจนำสิ่งแวดล้อมอีกเช่นกัน เมื่อรู้ล่วงหน้า 6 ปี ก็ปรับเปลี่ยนธุรกิจได้ เช่น แปลงจากหลอดที่ทำลายสิ่งแวดล้อมไปเป็นสินค้าอื่น เอาพลาสติกไปทำเครื่องกรองน้ำที่ทำความสะอาดน้ำได้ไหม เพราะในอนาคตแหล่งน้ำจะสกปรกมากนะครับ ก็เป็นการใช้พลาสติกในระยะยาว ไม่ใช่ใช้แบบ 5 นาทีทิ้ง พลาสติกก็จะไม่ใช่ปัญหาแล้ว

“อย่างไรก็ตามอย่าเห็นภาพเพี้ยนว่า แก้ปัญหาพลาสติกได้แล้วโลกจะสะอาด มันมีอีกหลายเรื่องที่ยังต้องแก้ อย่างฝุ่น PM2.5 หรือต่อให้เราแก้ปัญหาพลาสติกทั้งหมดได้ เราก็ยังมีปัญหาโฟม ขยะเคมี (Chemical Waste) การตัดไม้ทำลายป่า และอื่นๆ อีก

“ดังนั้น ถ้าถามถึงมุมมองความยั่งยืนในอนาคตตอนนี้ ผมจะไม่ใช้คำว่า ยั่งยืน แต่ใช้คำว่า Resilience ซึ่งหมายถึงการปรับตัวเองให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมใหม่ๆ อยู่กับสภาพแวดล้อมที่แย่ลงได้ ยืดหยุ่นได้ ปรับตัวได้ ไม่ตาย ไม่เศร้ามาก ไม่หมดหวัง เพราะตอนนี้เรารู้แล้วว่าโลกจะร้อนขึ้นแน่นอน ภัยธรรมชาติจะเยอะขึ้น และรุนแรงขึ้น แล้วเราจะอยู่อย่างไร ก็จะมีคนทำอาชีพใหม่ มีธุรกิจใหม่ๆ จำนวนมากเกิดขึ้นเพื่อเข้ามาดูแลตรงนี้ มีคนกลุ่มใหม่ที่ทำสินค้าเพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นเพื่อให้เราอยู่ได้ในโลกอนาคต”

เป้าหมายต่อไปของดอกเตอร์หัวใจกรีน

ด้วยตารางภารกิจที่ค่อนข้างแน่น ทั้งในฐานะอาจารย์ที่ต้องสอนทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเป็นนักวิจัยของสภาวิจัยแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทต่างๆ รวมไปถึงบทบาทผู้บริหารที่ RISC จึงต้องสร้างความสมดุลให้ชีวิตครอบครัว เช่น การงดรับงานเสาร์-อาทิตย์ “จริงๆ ผมตั้งเป้าหลายปีมาแล้วว่าจะรีไทร์จากความเร่งรีบเพื่อใช้ชีวิตให้ ช้าลงและทำในสิ่งที่ชอบ ตอนนี้ทำสิ่งที่ชอบมากมายไปหมด สนุกจนลืมก้าวช้าลง และผมตั้งใจจะใช้เวลา 5 ปีจากนี้ สร้างคนรุ่นใหม่มาเสริมทัพ ช่วยให้เขาเก่ง แข็งแกร่ง เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นผมอยากไปทำโครงการช่วยเหลือสังคมของตัวเองครับ”

อ่านเพิ่มเติม : วารสารบัวบาน ฉบับที่ 9 'ลดพลาสติก ยืดอายุโลก'